เช่าห้องเก็บของชั่วคราว ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

MeSpace Self Storage Specialist Team
หมวดหมู่ : Storage Tips
3 นาที • 22 ก.ย. 2569
- น้ำลดแล้วไม่ได้แปลว่างานจบ ความชื้นและเชื้อราเป็นความเสี่ยงหลักที่ตามมา
- ควรคำนึงถึงความปลอดภัยก่อนลงมือทำความสะอาด
- ล้างโคลนให้เร็วที่สุดเท่าที่ปลอดภัย แล้วตากให้แห้งสนิท เพื่อลดความเสียหายซ้ำ
- การย้ายของออกไปเก็บชั่วคราว ช่วยให้การทำความสะอาดและซ่อมสะดวกและง่ายขึ้น
- ปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม
- วิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
- สิ่งที่คนทำพลาดเวลาทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
- ทำไมควรย้ายของไปเก็บในห้องเก็บของชั่วคราว
- ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ขนของกลับหรือเก็บต่อดี
- เรียนรู้จากประสบการณ์และหาทางป้องกันระยะยาว
- คำถามที่พบบ่อย
ถึงแม้น้ำลดแล้ว หลายคนคงโล่งใจได้แค่ช่วงสั้นๆ เพราะพอเปิดประตูบ้านเข้าไปก็เจองานใหญ่รออยู่ ทั้งโคลน กลิ่นอับ เชื้อโรค และ ของโดนน้ำเต็มบ้านไปหมด บทความนี้จะพาไปดูวิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมที่ถูกต้อง สิ่งที่ควรเลี่ยง เพื่อให้บ้านของคุณกลับมาสะอาด และ น่าอยู่อีกครั้ง
ปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม
- โคลนและตะกอนตกค้าง น้ำท่วมมักทิ้งโคลนไว้ตามพื้น ซอกมุม และใต้เฟอร์นิเจอร์ ถ้าปล่อยให้แห้งติดจะล้างออกยากขึ้นมาก
- ความชื้นสะสมและเชื้อรา ผนัง พื้นไม้ และวัสดุที่อมน้ำจะคายความชื้นออกมาช้ากว่าที่คิด เชื้อราจึงขึ้นได้ง่ายถ้าบ้านไม่ได้ระบายอากาศ
- กลิ่นอับและกลิ่นน้ำเน่า กลิ่นเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นหรือสิ่งสกปรกตกค้าง และมักจะไม่หายไปเองถ้ายังทำความสะอาดไม่ทั่ว
- เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย บางชิ้นซ่อมได้ บางชิ้นเสียหายเกินกว่าจะกู้ ต้องมีเวลาแยกและตัดสินใจ
- ของเยอะจนไม่มีที่ให้ทำความสะอาด ปัญหานี้คนมักมองข้าม ทั้งที่เป็นตัวถ่วงงานที่สุด เพราะถ้าของกองเต็มบ้าน ก็ล้างพื้น เช็ดผนัง หรือให้ช่างเข้าซ่อมไม่ได้
วิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดที่ถูกต้อง
1. เช็กความปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน
- ตัดไฟที่เมนสวิตช์ก่อนเข้าบ้าน ถ้าสวิตช์อยู่ในจุดที่ยังเปียกหรือมีน้ำขัง อย่าเข้าไปแตะเอง ให้เรียกช่างไฟหรือการไฟฟ้า
- อย่าเสียบปลั๊กหรือเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ ต้องให้ช่างตรวจก่อนใช้งาน
- ถ้ามีเตาแก๊ส ให้ตรวจถังและสายแก๊สว่าไม่รั่ว ถ้าได้กลิ่นแก๊สให้เปิดประตูหน้าต่างและออกจากบ้านทันที
- สังเกตรอยร้าวของผนัง พื้น และฝ้าเพดาน ถ้ามีส่วนที่ทรุดหรือหย่อนคล้อย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนเข้าไปทำงาน
- ระวังสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมาหลบในบ้าน เช่น งู ตะขาบ ใช้ไม้เคาะหรือส่องไฟดูก่อนล้วงมือเข้าไปในที่มืด
2. เตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง
น้ำท่วม นำมาซึ่งเชื้อโรค สารเคมี และของมีคม ควรเตรียม
- รองเท้าบูทยางหุ้มข้อ
- ถุงมือยางแบบหนา
- หน้ากากป้องกันฝุ่นและเชื้อรา
- แว่นตาป้องกันน้ำกระเด็นเข้าตา เวลาฉีดน้ำหรือใช้น้ำยา
- เสื้อผ้าแขนยาว ขายาว ที่พร้อมซักหรือทิ้งหลังใช้งาน
ถ้ามีแผลที่มือหรือเท้า ควรปิดให้มิดชิดและล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
3. ย้ายของออกและคัดแยก
ย้ายของออกจากพื้นที่ทำงานก่อน แล้วแยกเป็น 3 กลุ่ม
- ของที่ใช้ได้ (ล้างแล้วใช้ต่อ): ของแข็งและผิวเรียบ เช่น เครื่องแก้ว เซรามิก โลหะ พลาสติกแข็ง เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง
- ของที่ซ่อมได้ (ต้องให้ช่างตรวจ): เครื่องใช้ไฟฟ้า มอเตอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า อย่าเปิดใช้เอง หรือคิดเองว่าแห้งแล้วใช้งานได้เด็ดขาด
- ของที่ควรทิ้ง: ของที่ซึมน้ำแล้วทำความสะอาดได้ไม่หมด เช่น ที่นอน โฟม พรม ตุ๊กตา ไม้อัดที่บวม และอาหารทุกชนิดที่สัมผัสน้ำท่วม (รวมของกระป๋องหรือขวดที่ฝาไม่สนิท)
ก่อนทิ้งของชิ้นใหญ่ ถ่ายรูปเก็บไว้ เผื่อใช้เคลมประกันหรือขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
4. ล้างโคลนออกก่อน แล้วค่อยฆ่าเชื้อ
หลักสำคัญคือ ต้องล้างสิ่งสกปรกออกก่อนเสมอ เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ไม่เต็มที่ถ้ายังมีโคลนเกาะอยู่
การล้างโคลน
-
กวาดหรือตักโคลนหนาๆ ออกก่อน แล้วฉีดล้างด้วยน้ำสะอาดจากบนลงล่าง จากในบ้านออกไปนอกบ้าน แนะนำให้ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดัดสูง เพื่อขจัดคราบโคลนออกให้ได้มากที่สุด
-
ขัดพื้นผิวด้วยแปรงและน้ำผสมน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก
-
เช็ดหรือฉีดล้างซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และรอยต่อของกระเบื้อง เพราะเป็นจุดที่ตะกอนสะสม
การฆ่าเชื้อ
-
น้ำยาฟอกขาวชนิดโซเดียมไฮโปคลอไรต์: เหมาะกับพื้นกระเบื้อง ห้องน้ำ สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ครัวที่เป็นแก้ว เซรามิก หรือสเตนเลส ผสมน้ำตามฉลาก ตัวอย่างที่ใช้กันทั่วไปคือประมาณ 1 ส่วนต่อน้ำ 9-10 ส่วน ห้ามใช้กับโลหะที่กัดกร่อนง่าย ผ้าสี และพื้นผิวที่ไม่ทนสารฟอก
-
น้ำยาถูพื้นฆ่าเชื้อสูตรควอเทอร์นารีแอมโมเนียม: ใช้กับพื้นและผนังทั่วไป เป็นทางเลือกแทนน้ำยาฟอกขาวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะกับสารฟอก ทำตามอัตราส่วนบนฉลาก และล้างออกด้วยน้ำสะอาดถ้าเป็นพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร
-
แอลกอฮอล์ 70%: เหมาะกับพื้นผิวเรียบขนาดเล็ก สวิตช์ ที่จับประตู หรืออุปกรณ์ที่ไม่ควรโดนน้ำมาก แต่ไวไฟ ห้ามใช้ใกล้เตาแก๊สหรือแหล่งความร้อน
-
น้ำส้มสายชู: ช่วยขจัดคราบและกลิ่นอับเบาๆ หรือล้างราที่ขึ้นเล็กน้อยบนพื้นผิวแข็ง แต่ฆ่าเชื้อได้ไม่แรงเท่าน้ำยาฟอกขาว
-
เบกกิ้งโซดา: ช่วยดูดกลิ่นอับ โรยในตู้หรือมุมอับได้ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ใช้เสริมเรื่องกลิ่นเท่านั้น
วิธีใช้น้ำยาฟอกขาวให้ปลอดภัย
-
ผสมกับ น้ำเปล่าเท่านั้น และผสมใหม่ทุกครั้งที่ใช้ (ฤทธิ์เสื่อมเร็ว)
-
เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท สวมถุงมือ แว่นตา และหน้ากาก
-
ทิ้งน้ำยาไว้บนพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากแนะนำ (มักประมาณ 5-10 นาที) แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
-
อย่าใช้น้ำยาเข้มข้นเกินอัตราส่วน เพราะไม่ได้ฆ่าเชื้อดีขึ้น แต่ระคายเคืองและกัดพื้นผิวมากขึ้น
5. จัดการพื้นผิวแต่ละแบบและเชื้อรา
พื้นผิวแต่ละแบบต้องดูแลต่างกัน และเป็นจุดที่เชื้อราชอบขึ้น จึงควรจัดการไปพร้อมกัน
-
พื้นกระเบื้องและพื้นปูน: ทนการขัดล้างได้เต็มที่ อย่าลืมเก็บกวาดน้ำที่ขังตามรอยต่อกระเบื้อง
-
พื้นไม้และปาร์เกต์: เช็ดด้วยผ้าหมาดแล้วเร่งให้แห้ง ห้ามแช่น้ำ ถ้าพื้นบวมหรือยกตัว ควรให้ช่างประเมิน
-
ผนังปูนทาสี: เช็ดล้างเบาๆ แล้วรอให้แห้งสนิท ผนังที่ยังชื้นอาจต้องรอหลายวันถึงหลายสัปดาห์ก่อนทาสีใหม่
-
ผนังยิปซัมและฝ้า: ถ้าเปียกจนอ่อนหรือบวม มักต้องรื้อและเปลี่ยนใหม่ เพราะราฝังในวัสดุประเภทนี้ได้ง่ายและล้างไม่ออก
-
เฟอร์นิเจอร์ไม้: ตากในที่ร่มที่ลมโกรก ไม่ควรตากแดดจัดเพราะไม้อาจโก่งงอ
-
ผ้าและเครื่องนอนที่ยังใช้ได้: ซักด้วยน้ำร้อนถ้าผ้าทนได้ แล้วตากแดดให้แห้งสนิท
6. ระบายอากาศและตากให้แห้งสนิท
-
เปิดประตูหน้าต่างทุกบานที่ปลอดภัยให้ลมผ่าน
-
ใช้พัดลมตั้งพื้นเป่าออกนอกบ้าน และเครื่องลดความชื้นถ้ามี
-
อย่าเปิดแอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าจนกว่าช่างจะตรวจระบบไฟและอุปกรณ์แล้ว
-
ตากของกลางแดดถ้าทำได้ และพลิกกลับด้านเป็นระยะ
-
ใช้เวลาตั้งแต่หลายวันจนถึงหลายสัปดาห์ตามความชื้นของบ้าน ไม่ควรรีบ
7. ตรวจซ้ำก่อนนำของกลับเข้าบ้าน
-
พื้นและผนังแห้งสนิท ไม่มีกลิ่นอับหรือรอยชื้นใหม่
-
ระบบไฟ ปลั๊ก และเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านการตรวจโดยช่าง
-
ไม่มีคราบราลุกลามหรือกลิ่นน้ำเน่าหลงเหลือ
สิ่งที่คนมักทำพลาดเวลาทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
-
รีบเปิดไฟหรือเสียบปลั๊ก: เป็นความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด รอให้ระบบไฟแห้งและผ่านการตรวจโดยช่างก่อนเสมอ
-
เก็บของที่ยังชื้นใส่กล่องปิดสนิท: ความชื้นที่ถูกขังไว้จะกลายเป็นแหล่งเชื้อรา ควรตากให้แห้งสนิทก่อนแพ็ก
-
ผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน: การใช้น้ำยาทำความสะอาดหลายชนิดผสมกัน ไม่ได้ช่วยให้ประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กลับอาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพแทร ใหเใช้ทีละชนิด และ อ่านฉลากก่อนทุกครั้ง
-
กองของรวมกันแล้วทำความสะอาดรอบๆ: ความชื้นและสิ่งสกปรกจะตกค้างอยู่ใต้กองของ ควรย้ายของออกให้หมดก่อน
-
รีบทาสีหรือปิดผนังก่อนแห้งจริง: ผนังที่ดูแห้งภายนอกอาจยังชื้นข้างใน ปัญหาจะกลับมาทีหลัง
ทำไมควรย้ายของไปเก็บในห้องเก็บของชั่วคราว
จากที่กล่าวมา หลายปัญหาเริ่มจาก "ของเยอะเกินพื้นที่" การย้ายของส่วนหนึ่งออกไปเก็บนอกบ้านระหว่างซ่อม จึงเป็นทางออกที่หลายคนเลือกใช้
-
ทำความสะอาดและซ่อมได้เต็มที่: ไม่ต้องเดินหลบของ ช่างก็เข้าทำงานได้สะดวก
-
ป้องกันของที่ยังใช้ได้ไม่ให้เสียหายซ้ำ: เพราะบ้านที่ยังชื้นไม่ใช่ที่เก็บของที่ดี
-
เช่าระยะสั้นได้: จ่ายเฉพาะช่วงที่ต้องใช้ ไม่ต้องผูกมัดยาว
-
เหมาะทั้งบ้านและคอนโด: ห้องเก็บของให้เช่ามีหลายขนาด เลือกให้พอดีกับปริมาณของได้
ถ้าตัดสินใจเช่าห้องเก็บของ ของทุกชิ้นควรแห้งสนิทก่อนขนย้าย ห่อด้วยวัสดุที่ป้องกันความชื้น จัดวางให้อากาศถ่ายเทได้บ้าง และเลือกขนาดห้องให้พอดี ไม่เล็กเกินจนต้องอัดของ ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเลือกขนาดไหน ปรึกษาทีมงานของผู้ให้บริการก่อนได้
ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ขนของกลับหรือเก็บต่อดี
ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในบ้านและความสบายใจของแต่ละคน
-
ขนกลับทั้งหมด: ถ้าบ้านมีพื้นที่พอและปลอดภัยแล้ว
-
เก็บต่อบางส่วน: เหมาะกับของที่ไม่ได้ใช้บ่อย เช่น ของตามฤดูกาล เครื่องมือ หรือของสะสม หลายคนพบว่าพอบ้านโล่งขึ้นแล้วรู้สึกสบายกว่าเดิม
-
เก็บของมีค่าและเอกสารสำคัญนอกบ้าน: เผื่อเกิดเหตุซ้ำ ซึ่งคุ้มกว่าการต้องเสียหายอีกรอบ
เรียนรู้จากประสบการณ์และหาทางป้องกันในระยะยาว
หลังน้ำลด สิ่งแรกที่ต้องทำคือความปลอดภัย ตามด้วยการล้างโคลน ฆ่าเชื้อ และตากให้แห้งอย่างเป็นระบบ พร้อมเลี่ยงข้อผิดพลาดที่ทำให้ปัญหากลับมา และถ้าของเต็มบ้านจนทำงานไม่สะดวก การย้ายไปเก็บชั่วคราวก็ช่วยให้ทุกขั้นตอนเดินได้เร็วขึ้น
ถ้าคุณกำลังมองหาที่เก็บของชั่วคราวระหว่างซ่อมบ้าน MeSpace มีห้องเก็บของให้เช่าหลายขนาด และพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องขนาดห้องกับระยะเวลาเช่า ติดต่อได้ที่
LINE @mespace.storage หรือโทร 02-710-4088
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
หลังน้ำลด ควรทำความสะอาดบ้านภายในกี่วัน?
ควรเริ่มล้างโคลนให้เร็วที่สุดเท่าที่ปลอดภัย โดยทั่วไปแนะนำภายใน 1-2 วันแรก เพราะเชื้อราเริ่มเกิดได้เร็วในที่ชื้น ส่วนการตากให้แห้งสนิทอาจใช้เวลานานกว่านั้น
เชื้อราหลังน้ำท่วมอันตรายไหม และป้องกันได้อย่างไร?
เชื้อราอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้และปัญหาทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และ ผู้ที่แพ้ง่าย ป้องกันได้ด้วยการระบายอากาศ ตากให้แห้ง และทำความสะอาดพื้นผิวให้ทั่ว
เฟอร์นิเจอร์ที่เปียกน้ำท่วม เก็บไว้ได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงหรือโลหะมักกู้ได้ ส่วนของที่ซึมน้ำง่าย เช่น โซฟาผ้า ที่นอน หรือไม้อัด อาจกู้ยากและเสี่ยงเชื้อรา
เช่าห้องเก็บของชั่วคราวขั้นต่ำกี่เดือน?
สามารถเช่าห้องเก็บของส่วนตัวของมีสเปซได้ โดยมีขั้นต่ำอยู่ที่ 1 เดือน สำหรับระยะเวลา และ ขนาดห้องเก็บของที่เหมาะสม แนะนำให้สอบถามทีมงานเพื่อความแน่ใจก่อน
เก็บของที่ยังชื้นในห้องเก็บของได้ไหม?
ไม่แนะนำ ควรตากให้แห้งสนิทก่อน เพราะของที่ยังชื้นจะทำให้เกิดกลิ่นอับ และ เชื้อราได้
ขนของกลับบ้านเมื่อไหร่ถึงเหมาะสม?
เมื่อบ้านแห้งสนิท ไม่มีกลิ่นอับ และ ระบบไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ปกติ

เขียนโดย MeSpace Self Storage Specialist Team
ทีมผู้เชี่ยวชาญของ MeSpace ประกอบด้วยทีมงานกว่า 20 คน ครอบคลุมทั้งฝ่าย Storage Consultant, Senior Storage Consultant และ Call Center ที่ดูแลบริการห้องเก็บของให้เช่าทั้ง 9 สาขาทั่วกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต มาตลอด 9 ปี และดูแลลูกค้ามาแล้วกว่า 5,000 ราย เนื้อหาในหมวดนี้กลั่นกรองจากประสบการณ์ตรงของทีม Storage Consultant ที่พูดคุยกับลูกค้าหน้างานทุกวัน ครอบคลุมตั้งแต่ครัวเรือนทั่วไป ธุรกิจ SME ที่ต้องการควบคุมต้นทุน ไปจนถึงธุรกิจที่มีข้อกำหนดการจัดเก็บเฉพาะทางอย่างสินค้าที่ต้องขอ อย. ทุกคำแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นวิธีจัดวางของให้ประหยัดพื้นที่ การเลือกขนาดห้องให้เหมาะกับปริมาณสินค้า หรือมาตรฐานความปลอดภัยที่ควรมองหา ผ่านการตรวจสอบโดย Senior Storage Consultant ก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง
บล็อกที่เกี่ยวข้อง




